
เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ไปดู Siamyth On Tour 2007 ที่สนามกีฬากลางบ้านชั้นเอง(บ้านไม่ได้อยู่สนามกีฬา แต่อยู่จังหวัดเดียวกันอ่ะ..) งานมันชื่อว่าอะไรชั้นก็ยังไม่แน่ใจเลย -_-''' แต่ก็ไปดูเพราะว่าทั่นเพื่อนสุดที่รักของชั้นเล่นนั่นเอง ^0^
เช้าวันนั้นก็เป็นวันจันทร์ จริงๆแล้วก็มีสอนเปียโนนะ แต่ว่าก็โดด โดยให้แม่สอนแทน(ใช้แรงงานแม่ เด็กดีไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง..) ชั้นก็นั่งรถไฟปุเลงๆไปโคราช งานมันเล่น 4 โมงเย็น ไปถึงโคราชประมาณ 10 โมง ก็ไปเก็บของ+นอนกลิ้งเล่นอยู่บ้านซักครู่ ความหิวก็เข้าครอบงำ เลยไปหาไรกินที่เดอะมอลล์ เดินๆไปมองเห็นร้านราเม็งเลข8 อุ๊ย ราเม็งน่ากิน ^[]^ ว่าแล้วก็ลอยตุ๊บป่ิองๆๆ~~ตามกลิ่นราเม็งเข้าร้านไปเลย~~~แล้วชั้นก็ได้พบสัจธรรมข้อหนึ่งว่า การกินหมี่เย็นคนเดียว มันช่างจืดชืดเสียนี่กระไร T_T... ที่ผ่านมาไม่เคยต้องกินหมี่เย็นคนเดียวอย่างงี้มาก่อน เพราะเค้าจะมีคนนั่งข้างๆ อบอุ๊นอบอุ่น อิอิ... แต่ด้วยความหิว ก็เลยอดทนกินจนหมดถาด กราวๆๆๆๆๆ(เสียงปรบมือ..)
เสร็จแล้วก็ลอยตุ๊บป่องๆๆออกมาจากร้านเลข8 ยังเหลือเวลาอยู่นี่นะ..
ก็เลยหาเรื่องเผา่ผลาญตังค์เล่น สถานที่ที่ยินดีเอาตังไปเผาก็คือร้านหนังสือ SE-ED นั่นเอง!!!
เข้าไปยืน,นั่งนอนกลิ้งอ่านหนังสือในร้านเขา 3-4 ชั่วโมง แล้วก็ซื้อติดมือมา 1 เล่ม(เด็กที่มียางอายไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง..)
ใกล้จะ 4 โมงแล้ว ก็เลยมุ่งหน้าปรีสไปสนามกีฬากลางเทศบาลนครนครราชสีมา(เรียกเต็มยศ เด็กดีควรเอาเยี่ยงอย่าง..)
สภาพในตอนนั้น ค่ากิน+ค่าหนังสือ+ค่าซื้อของจิปาถะ ทำให้ชั้นเหลือเงินอยู่ทั้งประเป๋าตัง 250 บาทถ้วนไม่ขาดไม่เกิน
ลงจากรถเมล์.... เห็นโปสเตอร์ชัดแต่ไกล ทำให้มั่นใจขึ้นมาหน่อยว่ามาถูกที่แล้ว ก็เลยเดินต๊อกๆๆๆเข้าไป เอ๊ะ! รู้สึกบรรยากาศแปลกๆ เสียงเหมือนค่ายมวยเลยหว่ะ -"- เดินไปอีกหน่อย เฮ้ย มันชกมวยกันจริงๆนี่ฝ่า...มีคนดูด้วย เชียร์กันเฮๆๆ อะไรเนี่ย -_-''' ไม่ใช่และ ไปอีกหน่อยนึง โอ๊ะใช่แล้ว ในที่สุดก็เจอจนได้..
การจะเข้าไปดูก็หนักหนาสาหัส เนื่องจากต้องฝ่าด่านเด็กขายเสื้อ Siamyth ขึ้นไปให้ได้ ฮึบ ฮึบๆๆๆๆๆ.. เด็กพวกนี้น่าจะเป็นเด็กสุระ เพราะมีแต่ผู้หญิง น่ารักๆทังนั้นเลย วิวิ้ว~~ รู้สึกได้ถึงรัศมีความขยันทำงาน ตั้งแต่ชั้นก้าวเท้าขึ้นไป พวกเธอก็เข้ามาห้อมล้อมและด้วยเสียงดัง 14.12 เดซิเบลหลอด ก็ทำเอาฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอจะจับใจความได้ด้วยสติสัมปัชชัญญะที่เลือนลางด้วยความหนวกหูว่า "สวัสดีค่ะคุณพี่คนสวย~~ ซื้อเสื้อไม๊คะ? เนี่ยถ้าีพี่ใส่นะ จะน่ารักมากเลยค่ะ~บลาๆๆๆๆ" ว่าแล้วก็เอาเสื้อมาแปะที่ตัวชั้น แล้วก็บอกว่า "เนี่ยเห็นไม๊ๆๆ..พี่ใส่แล้วน่ารักจริงๆด้วย~~บลาๆๆๆๆ" เราก็มองดูว่า มันก็เป็นเสื้อทีเชิ๊ตธรรมดาสามัญชนนี่หว่า จิ๊!! เห็นชั้นโง่รึไง ก็บอกน้องเค้าไปว่า เดี๋ยวจะซื้อตอนเลิกค่ะ(จริงๆคิดจะซื้ออยู่แล้ว แต่ถ้าเอาเลยตอนนั้น มันเสียฟอร์มนะงิ) ถึงกระนั้น น้องๆที่ขยันเหล่านี้ก็ยังไม่เลิกเดินตามชั้น แต่ลดจำนวนและลดเสียงลง ก็ยังงงว่าพวกเธอต้องการอะไร ชั้นกำลังเดินหาที่นั่งอยู่ ก็เดินตามเป็นก้อนถามว่า "พี่อยู่โคราชเหรอคะ?" ใ่ช่แล้วจ้า "พี่มาคนเดียวเหรอคะ?" อ่าใช่แล้ว "พี่เล่นวงโยรึป่าวคะ?" ไม่ได้เล่นค่ะ มาดูเพื่อน "เพื่อนอยู่สุระหรอ?" ป่าว เพื่อนเล่นไซมิต "ผู้หญิงหรอคะ?" ผู้ชายอ่ะ "อ๋อ แฟนแน่เลยใช่ไม๊?" ป่าวๆ เพื่อนน่ะ "แน่ ไม่ต้องเลย แฟนแน่ๆ แฟนแน่ๆ.." เธอจะเอาอะไรกับชั้น!?!..(อันนี้คิดเฉยๆ ไม่ได้พูด เดี๋ยวโดนตบ) นี่มันอะไรกัน.. จนเราหาที่นั่งได้ พวกเธอถึงจะบ๊ายบายแล้วก็กลับไปประจำที่ คนแถวนั้นก็มองราวกับเป็นตัวประหลาด มาก็มาทีหลังแล้วยังเอาเด็กขายเสื้อตามมาเป็นก้อน -_-''
เครดิตภาพนี้จากเว็บนี้ http://www.flickr.com/photos/31056710@N00/
ได้ฤกษ์ดูจริงๆจังๆซะที จากประสบการณ์เนี่ย ก็มีอยู่ 2 ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ 3 เพื่อนลากไปดูทั้งนั้น สงสัยกันป่ะ ชั้นมาดูอะไร จะอธิบายแบบงูๆปลาๆนะ มันเป็นการแสดงของวงดนตรีเยาวชนสยามมิตร ดรัม แอนด์ บิวเกอ คอร์ (Siamyth Drum & Bugle Corps) ยังไม่จบ..
..จากตรงนี้ จะเป็นการลอกคำพูดที่เคยให้สัมภาษณ์? ของคุณที่ชื่อว่าจุมพล เตชะไกรศรี ซึ่งเป็นผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง Siamyth ที่เคยให้ไว้ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งน่าจะบอกถึงความหมายรวมๆของดรัมคอร์ได้อย่างรวมๆเน่อ..
ดนตรีประเภทดรัมคอร์ มีลักษณะคล้ายวงดนตรีดุริยางค์ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มเครื่องเป่า เครื่องตี และกลุ่มธง (ไม่มีเครื่องไฟฟ้า) โดยปัจจุบันดนตรีประเภทดรัม คอร์ ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นรูปแบบของการแสดง 'Shows' ซึ่งสามารถจัดแสดงได้ทั้งในโรงละคร 'Stage Shows' และบนสนามในรูปแบบของดนตรีประกอบการแปรรูปขบวน 'Field Shows'
ทั้งนี้สิ่งแรกที่สามารถสังเกตได้ ก็คือ ลักษณะเครื่องดนตรีที่มีความแตกต่างกันของวงดนตรีดรัม คอร์ กับวงดุริยางค์ทั่วไป คือ ดรัม คอร์ จะเน้นเครื่องดนตรีจำพวกเครื่องตี ประเภทกลอง และเครื่องเป่า ประเภทแตร พร้อมด้วยกลุ่มนักแสดงที่มีความสามารถทางด้าน Physical Theatre ในการเคลื่อนไหวและออกแบบการแสดงให้เข้ากับอารมณ์ของบทเพลง อีกทั้งนักดนตรีดรัม คอร์มักจะเป็นเยาวชนระดับโต เนื่องจากลักษณะการเล่น รวมถึงความซับซ้อนของดนตรีจะมีมากกว่า
ตามไปอ่านอย่างละเอียดได้ที่นี่ http://www.bangkokbiznews.com/2006/05/05/WW06_WW06_news.php?newsid=22253
เอาล่ะ จะเข้าใจหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะชั้นก็ไม่ใช่คนที่เล่นหรอกนะ เลยต้องขออนุญาติเอาความรู้มาแปะไว้เช่นงี้.. ^^
ต่อจากที่เดิม ที่บอกว่ามานั่งดู แล้วก็ถ่ายวีดีโอ แอบชอบคนตี Vibraphone ด้วยล่ะ น่ารักมากมาย กิ๊ดก๊าดๆๆๆ ^[]^ แต่มารู้ทีหลังจากเพื่อนว่า เขาผู้นั้น เป็นผู้หญิงล่ะ!! อ่ะจ๊ากก!!!!! ผู้หญิงอะไรทำไมมันน่ารักเช่นนี้ แบบว่าเด็กยุ่นอ่ะ เป็นทอมป่ะเนี่ย แน่ๆเลยง่ะ แอบเซ็ง แต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี วิวิ้ว~~ ทำเอาหลอนไปหลายวัน..
พอเล่นเสร็จ จากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยดูมาประมาณ 2 ครั้งครึ่ง บวกกับเสียงรอบตัวที่มีแต่เด็กวงโยฯนั่งวิจารณ์ ก็ได้ข้อสรุปว่า มันออกมาดี แต่ว่าเพลงตอนไหนไม่รู้ มันไปเหมือนกับเพลงของอะไรก็ไม่รู้ ได้ยินเด็กข้างๆมันบอกอ่ะ(ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เด็กดีไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง..) เสียแต่ว่า ก่อนหน้าที่จะแสดง มีฝนตกลงมา 1 ห่า สนามก็จึงแสดงปฏิกิริยาทางธรรมชาติโดยการน้ำท่วม ดังนั้นพอวิ่งๆอยู่ก็จะมีนักดนตรีลื่นล้มหัวทิ่มหัวตำเยอะไปหน่อย ถ่ายวีดีโอออกมาทำให้เกิดภาพที่ไม่น่าดูยิ่งนัก +_+''
พอเสร็จแล้วชั้นก็วิ่งๆๆๆลงไปหาทั่นเพื่อนชั้น มีเด็กผู้หญิงวิ่งมาขอถ่ายรูปกะนักดนตรีเยอะแยะเลย น่าอิจฉาจัง เห็นแล้วนึกถึงตัวเองสมัยเด็กๆจริงๆเลย กิกิ้ว~~ ทั่นเพื่อนชั้นก็เหงื่อซ่กราวกับโดนสาดน้ำสงกรานต์มา ดำก็ำดำ ผมก็ไม่เคยตัดให้มันดูดี สรุปว่ามีอะไรดีมั่งวะเนี่ย?... ล้อเล่นเน่อ ^^'' ก็เห็นว่าเล่นเก่งแหละ(จิงดิ) แล้วก็คุยๆๆๆ ถ่ายรูปๆๆๆ นู่นนี่ๆๆๆ คุยๆๆๆๆ ราวกับไม่ได้เจอกันมา 10 ปี บ้ารึป่าว?(หมายถึงชั้นน่ะ) แล้วมันก็โดนเรียกไปถ่ายรูปรวม มั๊ง ชั้นก็เลยเดินต๊อกๆๆออกมาข้างนอกสนาม

สัญญากับกลุ่มน้องที่เป็นก้อนเอาไว้ว่าจะซื้อเสื้อตอนจบใช่ไม๊?? คนอย่างชั้นไม่เคยผิดสัญญา ก็เลยเิดินไปบอกว่า เอาเสื้อตัวนึง น้องก็ถามว่า "จะเอาเสื้อยืด 180 หรือคอปก 250 คะ?" โอ้ว คำถามแบบนี้มาแล้ว จำได้หรือไม่ว่าชั้นออกจากเดอะมอลล์มาด้วยเงิน 250 บาทถ้วนไม่ขาดไม่เกิน คิดว่าชั้นจะซื้อเสื้อยืด 180 บาทงั้นเรอะ? ผิดแล้วล่ะ ชั้นก็เอาเสื้อคอปก 250 บาทอย่างไม่ลังเลนะสิ!! และโดยไม่คิดถึงอนาคตเลยด้วย -_-;;; แล้วชั้นจะกลับบ้านอย่างรุย...T_T แต่คนอย่างชั้น ไม่เคยมีคำว่า"ตัน" เหมือนกับตันโออิชิเช่นใดเช่นนั้น(ไม่เกี่ยวกัน..) วันนั้นก็เลยได้ฤกษ์ เดิน กลับบ้าน อย่างสง่าผ่าเผย ด้วยความภาคภูมิใจว่า ใช่แล้ว~ตรูนี่แหละซื้อของตังหมดไม่มีค่ารถกลับบ้านโว่ยยย..บ้าชิบ ฮ่ะๆๆ เอิ๊ก!!
วันนั้นของชั้น จบลงอย่างเปียกปอน เนื่องจากการเดินตากฝน เป็นระยะทางร่วม 2 กิโลเมตรฟาเรนไฮ เพราะไม่มีค่ารถกลับบ้าน(มันช่างตอกย้ำเหลือเกิน..) แต่ก็ภูมิใจและมีฟามสุขและสนุกสนานมากๆ

อ้าว รูปเอียง -_-''
... ทั่นเพื่อนชวนไปดู Siamyth ที่สนามไทย-ญี่ปุ่ง ดินแดง วันที่ 12 พ.ค. แต่มันไม่ใช่ใกล้ๆ ให้นัตโตไปแทนดีฝ่า ...
... เพลงตอนฟินาเล่มันคุ้นๆนะ เพลงอะไรหว่า? ...
... ดีใจที่ได้ฟังเพลงนี้ และได้ร้องเพลงนี้ ...
*เราทุกคนก็คงรู้วันเกิด แต่มีสักกี่คนที่รู้วันตาย*
*ก่อนทุกอย่างของฉันจะสายเกินไป แม้อะำไรดีดีมีไม่เท่าไหร่ แต่จะขอใช้สักวัน*
*เรื่องหัวนอนปลายเท้าไม่ค่อยจะมี แต่หัวใจยังดีฉันขอยืนยัน*
*ไม่เคยแบ่งให้ใครเก็บไว้มานาน ขอให้มันเป็นวันที่ฉันได้บอก บอกเธอให้รู้สักที*
*ยินดีให้เธอรับไป ภูมิใจให้เธอรับฟัง ได้เกิดมาหนึ่งครั้งฉันยังได้ทำในสิ่งดี*
*ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี วันนี้ฉันยังได้รักเธอ*

ใครอ่านจบจะขอกราบขอบพระคุณอย่างสุดซึ้ง T_T
เนื่องจากว่า พิมพ์เสร็จแล้วมาอ่านดูมันก็ยาวเสียนี่กระไร เกรงใจคนอ่านจัง ^^''
เพราะงั้น ใครอ่านจบ ขอยกนิ้วโป้งให้งามๆ 2 นิ้วเลยจากใจจริงจ้า..เฮ้ๆๆๆๆ!!!~~*
edit @ 2007/05/14 15:05:15